หลายท่านคงจะเคยได้ยินเรื่องการนำหมายเลขทะเบียนรถมาทำนายถึงโชคชะตา หรือลักษณะนิสัยของเจ้าของรถนะครับ ผมเองอยู่ในวงการป้ายทะเบียนมานานจนพอเข้าใจอะไรๆพอสมควร ประกอบกับได้มีโอกาสเรียน โหราศาสตร์ไทยพาราณาสี กับท่าอาจารย์ ธีระพันธุ์ แสงไพบูลย์ จึงพอมีความรู้งูๆปลาๆอยู่บ้างจึงอยากจะเอาความรู้หางอึ่งนั้นมาแบ่งปันกันบ้าง หากมีข้อผิดพลาดประการใดของบทความนี้อย่าได้กล่าวโทษไปไกลถึงท่านอาจารย์ผมเลยนะครับ ผมขอรับผิดทุกประการแล้วกัน ส่วนความชอบนั้นผมขอยกให้พ่อ แม่ ครูอาจารย์ ตลอดจนถึงผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาโหราศาสตร์ให้อยู่ยงมาจนถึงทุกวันนี้ครับ
หลายท่านอาจจะบอกว่าเรื่องดวงๆอะไรเนี่ย มันจะมีจริงได้ยังไง นี่มันพ.ศ.ไหนกันแล้ว มันเป็นเรื่องงมงายไร้สาระสิ้นดี ทำไมน่ะ หรือครับ เขาบอกว่าก็โหรใหญ่ๆ ทายดวงเมือง ทายดวงดารา ยังทายไม่ตรงเลย บ้างก็ว่าถ้าเรื่องแบบนี้มีจริง ก็ไม่ต้องไปทำอะไรแล้วสิ นั่งรอแต่ดวงอย่างเดียว ยังมีข้อกล่าวหาอีกมากมายทีเดียวครับที่ยัดเยียดความงมงายให้แก่ศาสตร์นี้ ความจริงแล้วคนเหล่านี้ ไม่มีนิสัยนักวิทยาศาสตร์เอาซะเลย เพราะไม่เคยได้ทดลองแต่ก็ด่วนสรุปและยัดข้อกล่าวหากลวงๆเช่น
Q : โหรใหญ่ๆยังทายผิดเยอะแยะ
A : แล้วนักเศรษฐศาสตร์ระดับประเทศหรือแม้กระทั่งระดับโลกไม่เคยทำนายผิดหรืออย่างไร อย่างนี้วิชาเศรษฐศาสตร์ก็งมงายน่ะสิ
Q: ถ้าเรื่องดวงมีจริง ก็ไม่ต้องไปทำอะไรแล้วสิ นั่งรอแต่ดวงอย่างเดียว
A: แล้วใครบอกคุณล่ะว่าดวงเขากำหนดทุกอย่างมันเป็นเพียงแนวโน้มเท่านั้น
ท่านลองตรองดูแล้วกันนะครับว่าการที่ไม่ได้ตรึกตรองให้ดีก่อนแล้วก็มาทึกทักว่าเรื่องนั้นงมงาย เรื่องนี้งมงาย ต้องถามย้อนกลับไปนะครับว่าใครงมงายกันแน่ ? ในมุมมองของผมแล้ววิชาพยากรณ์นั้น วิชาวิทยาศาสตร์แตกต่างกับวิชาโหราศาสตร์ตรงที่ว่าวิชาวิทยาศาสตร์นั้นมีอรรถาธิบายครบถ้วน ชัดเจนว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพราะอะไร แต่โหราศาสตร์ไม่มีบอก มีบอกเพียงแต่ว่าถ้าเกิดสิ่งนี้แล้ว สิ่งใดจะเกิดขึ้น ด้วยความที่ไม่สามารถอธิบายประเด็นนี้ได้ จึงเป็นเป้าโจมตีของนักวิชาเกินทั้งหลายว่า ศาสตร์นี้งมงาย แต่หากใครได้สัมผัสจะพบว่าศาสตร์นี้มีความแม่นยำสูงมาก หากจะผิดพลาดก็เป็นเพราะคนนำไปใช้ไม่ถูกต้องเองต่างหาก ซึ่งความผิดพลาดนั้นสามารถเกิดขึ้นได้เสมอไม่ว่าจะเป็นมือรุ่นเก๋า หรือรุ่นสมัครเล่น
คราวนี้เรามาลองดูกันบ้างว่าเราจะลองทายอะไรจากป้ายทะเบียนรถกันได้บ้าง มันจะจริงหรือเปล่าเรามาลองพิสูจน์ให้เห็นจริงกันเลยดีกว่า (โปรดติดตามตอนต่อไป)


